มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างพลังขับเคลื่อนสู่อนาคต พร้อมลุยตลาดอย่างเต็มประสิทธิภาพ จัดงานประชุมผู้จำหน่ายทั่วประเทศประจำปีงบประมาณ 2569 หรือ Mazda National Dealer Conference 2026 ภายใต้ธีม “One Passion, Redefine the Future” ตั้งเป้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกระดับด้วยคุณค่าแบรนด์ผ่าน Mazda Signature Experience เพื่อเสริมศักยภาพด้านการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกาศปีนี้จะเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ มองเป้ายอดจำหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา ด้วยกลยุทธ์เด็ดและแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่เสริมไลน์อัพอย่างต่อเนื่องอีกหลายรุ่น ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อส่งมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้าในประเทศไทย และส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น ในปีนี้ มาสด้ายังได้เตรียมความพร้อมด้านกลยุทธ์ที่ครอบคลุมรอบทิศทาง ทั้งการตลาด การขาย และการบริการลูกค้า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านการแข่งขันในตลาด และบรรลุเป้าหมายด้วยการเป็นแบรนด์ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกระดับ ซึ่งมาสด้ามุ่งมั่นที่จะก้าวผ่านความท้าทายนี้ ด้วยนโยบายหลักสำคัญ 3 ประการ ประกอบด้วย
การยึดมั่นในวิสัยทัศน์ของแบรนด์ และ Management Philosophy ถ่ายทอดคุณค่าแบรนด์ ด้วย Brand Value Management อันประกอบด้วย “Radically Human” การให้ความสำคัญกับมนุษย์เป็นศูนย์กลาง “Challenger Spirit” สปิริตที่ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรค และ “Omotenashi” การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว เพื่อให้มั่นใจว่าคุณค่าของแบรนด์จะถูกถ่ายทอดไปยังลูกค้าในทุก ๆ touchpoint ของการบริการ สิ่งเหล่านี้ คือรากฐานของการเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นจุดแข็งที่สำคัญของแบรนด์ ที่ถ่ายทอดจากฮิโรชิม่ามาสู่ประเทศไทย เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชื่นชอบ
การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำและใส่ใจอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับลูกค้า และดูแลลูกค้าอย่างดีในทุกประสบการณ์ ด้วยวิสัยทัศน์ของมาสด้า ตามวิถีแห่ง OMOTENASHI หรือการบริการที่มาจากใจ “เพราะความสุขของลูกค้า คือ ความสุขของเรา”
สำหรับกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ ของมาสด้าในปีงบประมาณ 2569 ประกอบด้วย
กลยุทธ์ด้านการขาย: สานต่อแผนการบริหารงานด้วย “MAZDA BASICS” ซึ่งเป็นแนวทางในการทำงานของผู้จำหน่ายให้มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้า พร้อมยกระดับศักยภาพด้านการแข่งขันด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ และตั้งเป้าจำหน่ายเพิ่มขึ้น 20% จากปีงบประมาณ 2568 นอกจากนั้น ในปีนี้ ยังได้วางความพร้อมในการส่งมอบรถ The All-Electric Mazda6e ให้กับลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยแผน Mazda6e CX Journey ที่ครอบคลุมตั้งแต่ความพร้อมในการส่งมอบรถ การบริการ การจัดการอะไหล่ และการซ่อมบำรุง รวมถึงกิจกรรม “Premiere Delivery” “Premiere Celebration” ที่มาสด้าตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกของการเข้ามาเป็นครอบครัวมาสด้า ไปจนตลอดการครอบครองรถ
กลยุทธ์ด้านการบริการลูกค้าและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย: เตรียมแผนงานเพื่อสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ
ด้วยกลยุทธ์การรักษาลูกค้า และ MAZDA BASICS เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานทั้งกระบวนการในศูนย์บริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกศูนย์บริการ
ประกอบกับนำหลักการบริหารความคิดเห็นของลูกค้าเชิงรุกมาเป็นตัวตั้งในการพัฒนาการทำงาน
พร้อมยกระดับประสบการณ์แก่ลูกค้าด้วยเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าแบบครบวงจรด้วย
Mazda Signature Experience
เพื่อส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าตลอดการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า และใช้หลักการจัดการดูแลด้านค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถยนต์ของลูกค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
นอกจากนั้นในปีนี้ มาสด้าตั้งเป้าขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังเพิ่มขึ้น
เพื่ออำนวยความสะดวกและรองรับการบริการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ทั้งหมดนี้คือแนวทางการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในปีงบประมาณ 2569 มาสด้าจะดำเนินการอย่างเต็มศักยภาพเพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็น Top Customer Experience Provider หรือแบรนด์ที่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกระดับ เพื่อนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดของลูกค้ามาสด้า และในปีนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มกำลังในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ที่นำไปสู่ “ความสุขในการใช้ชีวิต” และท้ายที่สุดคือการส่งมอบความสุขให้กับชีวิตของลูกค้าทุกคน เพื่อยกระดับทุกช่วงเวลาการใช้ชีวิตให้กับลูกค้าของเรา ทั้งวันนี้ และต่อไปในอนาคต เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่เลือกให้มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจไปตลอดอายุการใช้งาน





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น